วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

เป็นที่ยืนยันแน่นอนชัดเจนแล้วครับ ว่า ผู้ไกล่เกลี่ยฯ ทางแพ่ง ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่เข้าไปไกล่เกลี่ยความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้


เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕  ผู้เขียนได้มีโอกาสพบท่านมนตรี   นามขาน  อัยการจังหวัดประจำกรม สำนักงานอัยการสูงสุด งานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดเชียงใหม่(สคช.)  ในวันที่ท่านได้ให้เกียรติไปบรรยายความรู้ทางกฎหมายเรื่องการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ที่โรงแรม เดอะ ปาร์ค   ผู้เขียนจึงได้เรียนถามท่านมนตรีถึงการที่ผู้ไกล่เกลี่ยฯ ที่มีบัญชีรายชื่อประจำอำเภอ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ.๒๕๕๓  ต่างเข้าใจว่ากฎกระทรวงได้ให้ผู้ไกล่เกลี่ยฯ สามารถเข้าทำการไกล่เกลี่ยความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาในส่วนของที่เป็นความผิดอันยอมความได้ จึงขอปรึกษาเพื่อทำความเข้าใจให้แก่ผู้ไกล่เกลี่ยฯ ด้วย 
ท่านมนตรีได้ชี้ให้เห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๕๐ (ฉบับที่๗)  มาตรา ๑๔  ระบุมีใจความดังนี้

มาตรา ๑๔  ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นมาตรา  ๖๑/๑  มาตรา  ๖๑/๒  และมาตรา  ๖๑/๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  พ.ศ.  ๒๕๓๔

มาตรา ๖๑/๑.......

มาตรา ๖๑/๒.......

มาตรา ๖๑/๓  บรรดาความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอใดหากเป็นความผิดอันยอมความได้  และมิใช่เป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ  ถ้าผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอม หรือแสดงความจำนง ให้นายอำเภอของอำเภอนั้นหรือปลัดอำเภอที่นายอำเภอดังกล่าวมอบหมายเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ตามควรแก่กรณี และเมื่อผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอมเป็นหนังสือตามที่ไกล่เกลี่ยและปฏิบัติตามคำไกล่เกลี่ยดังกล่าวแล้ว  ให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา....... 

และเมื่อได้มีออกกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยความผิดที่มีโทษทางอาญา พ.ศ.๒๕๕๓  ข้อ ๓ ได้กำหนดไว้ดังนี้

ข้อ ๓   บรรดาความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอใด  ถ้าผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอมหรือแสดงความจำนงให้มีการไกล่เกลี่ย  ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอของอำเภอนั้นเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามควรแก่กรณี


จึงเห็นได้ว่าในกฎกระทรวงได้กำหนดให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้เท่านั้น  หาได้ให้ผู้ไกล่เกลี่ยฯ ทำหน้าที่นี้ได้ไม่ 

ส่วนผู้ที่สามารถทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ นอกจากความผิดทางแพ่ง ด้วยการมีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ไว้ ก็จะมีผู้ประนีประนอมประจำศาล, พนักงานอัยการ, และคณะกรรมการหมู่บ้านหรือที่เรียกว่า กม. นั่นแหละ 
 

ชัดเจนแล้วนะครับ 
 

ท่านมนตรียังได้ให้ความเห็นอีกว่า เนื่องจากความผิดที่มีโทษทางอาญาที่เป็นความผิดที่ยอมความได้นั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่มีผลทางด้านจิตใจของคนในชุมชนที่จะต้องรู้รับผิดรับชอบ การให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่นายอำเภอมอบหมายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปกครองมีหน้าที่อำนวยความเป็นธรรม สร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในท้องที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย จะเป็นผลดีที่ผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาต่างได้รู้สึกว่าตนจะได้รับความยุติธรรมจากฝ่ายปกครองจนเป็นที่พอใจและทั้งสองฝ่ายจะยังไม่เสียความสัมพันธ์ที่มีต่อกันไปอีกด้วย

 ..............

อนึ่ง  ชมรมฯ ขอแจ้งว่าคุณพึงพิศ  สมนาวรรณ  ประธานชมรมฯ ได้นำหนังสือไปเรียนเชิญท่านมนตรี  นามขาน ท่านนี้มาเป็นที่ปรึกษาชมรมฯ ด้วยแล้ว  นับว่าเป็นเกียรติแก่ชมรมฯ อย่างยิ่ง ที่ได้นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทมาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย  ในนามของชมรมฯ และผู้มีจิตอาสา ขอขอบพระคุณท่านมนตรีมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

“โครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเรื่องการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท” เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕


จัดโดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ ณ โรงแรม เดอะ ปาร์ค  ถนนช้างคลาน  ตำบลช้างคลาน  อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่
 
 
ประธานพิธีเปิด    ท่านวีรศักดิ์   ขจีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่
ผู้ให้คำบรรยาย
-   ท่านสมบัติ   เชาวนพูนผล   ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่
-   ท่านสุรศักดิ์   ชูผล            ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่
-   ท่านมนตรี   นามขาน        อัยการจังหวัดประจำกรม งานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดเชียงใหม่(สคช.)
 
มีผู้เข้าร่วมฟังคำบรรยายเกือบเต็มที่นั่งที่จัดไว้จำนวน ๑๖๕ ที่นั่ง  เริ่มบรรยายตั้งแต่เวลาประมาณ ๙.๓๐  เนื่องจากมีผู้สนใจเข้ารับฟังการบรรยายจากต่างอำเภอที่กำลังเดินทางมา เจอปัญหารถติดรอบๆ เมืองอยู่
 
ท่านผู้บรรยายแต่ละท่านบรรยายเข้าเนื้อหาอย่างตรงไปตรงมา  หยิบยกปัญญาความขัดแย้ง ทั้งในสังคมและในครอบครัวที่เกิดขึ้นจริงๆ มาเป็นตุ๊กตาให้พวกเราได้คิดได้ฟัง  มีเทคนิคให้เพื่อการจดจำหลักข้อกำหนดกฎหมาย สลับด้วยลูกล่อลูกชนให้คลายเครียด มีการส่งไม้ต่อๆ กันไม่มีการหยุดพักเบรก  คือบริการของว่างกันถึงที่เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสในการฟังคำบรรยาย  
 
เชื้อมั๊ยครับว่า การบรรยายมีเนื้อหาที่ต่อเนื่องที่หยุดไม่ลงจนบ่ายโมง ก็ยังไม่มีผู้เข้าฟังการบรรยายบ่นหรือแสดงอาการหิวอาหารมื้อกลางวันเลย  ทั้งๆ ที่เนื้อหาที่ท่านผู้บรรยายยังมีค้างอยู่  แต่เนื่องจากได้เวลาของการทำงานของกระเพาะอาหาร จึงต้องยุติการบรรยายลงเพื่อให้ทุกๆ ท่านรับประทานอาหาร เชื่อว่าหลายๆ ท่านจะได้ความรู้และข้อคิดต่างๆ จากการเข้ารับฟังการบรรยายในครั้งนี้มากพอสมควรนะครับ
 
………………………………………………..
 
ผู้เขียนจะติดตามการจัดอบรม/บรรยายข้อกฎหมายต่างๆ จากส่วนไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ศาลจังหวัดเชียงใหม่ มาแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไปนะครับ

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ขอแก้ข่าวที่แจ้งและขออภัย เรื่องอบรมฯ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕


วันนี้(๑๓)โทร.ติดต่อกับ จนท.ศาล ทราบว่าการอบรมในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวฯ และที่นั่งสำหรับผู้เข้าอบรมก็เต็มแล้ว ผู้เขียนขอเพิ่มเติมผู้เข้ารับการอบรม เจ้าหน้าที่ศาลฯ บอกเต็มจริงๆ ไม่มีเก้าอี้เสริมและไม่มีตั๋วยืน  ผู้เขียนจึงต้องขออภัยที่แจ้งหลายๆ ท่านมาก่อนหน้านี้และทำให้ท่านต้องจัดคิววันว่างของแต่ละท่านผิดไปบ้าง 

แต่ในวันพุธที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕ ศาลจังหวัดเชียงใหม่และกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะได้ร่วมกันจัดอบรมเรื่องการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ขึ้น ณ โรงแรม เดอะ ปาร์ค เวลา ๘.๓๐ น. - ๑๗.๐๐ น.  ครั้งนี้เป็นเรื่องจริง ของจริง เพราะผู้เขียนได้ถามย้ำกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอบรมของศาลฯ แล้ว ซึ่งจะรับรายชื่อที่ผู้เขียนมีอยู่นี้เข้าไปอยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้เข้ารับการอบรมในวันดังกล่าวต่อไป
สำหรับรายชื่อที่ผู้เขียนได้ติดต่อไว้ก่อนตามที่ระบุข้างล่างนี้  ผู้เขียนได้แจ้งเปลี่ยนแปลงวันอบรมและได้รับแจ้งยืนยันว่าจะยังคงไปร่วมรับการอบรมในวันพุธที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕   ผู้เขียนจะได้รีบแจ้งไปยังฝ่ายอบรม ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อล็อคเก้าอี้ไว้ไม่ให้พลาดอีกนะครับ
นางจตุรพร     วรรณจักร                เมืองเชียงใหม่
นายวีระยุทธ   บูรณะประภา            สารภี
นายสุทัศน์      จิตบาล                    สารภี
นางวรวรรณ    มหานันทโพธิ์            เมืองเชียงใหม่
น.ส.อวัสดา     สังสีแก้ว                  หางดง
นายประกิต     นามวงค์                  สารภี
นางพึงพิศ       สมนาวรรณ              เมืองเชียงใหม่
นางชุติมณฑ์    บุรีรักษ์                   สารภี
นายประสิทธิ์   ศรีโกไสย                 เมืองเชียงใหม่
นายกิติศักดิ์    จักราชัย                  เมืองเชียงใหม่
นายมงคล       ขุนปัญญา                สารภี
นางอรญา       รักษ์ขันติ                 สันทราย
ดต.มานิต       ทองศรี                    สารภี
นายสุวรรณ์     บูรณะพงษ์               สันทราย
นายเสน่ห์       เชิดตระกูล               เมืองเชียงใหม่
นายวีระชาย    ดวงจิต                    เมืองเชียงใหม่
น.ส.วลัยพรรณ เตชะเบญจรัตนะ        สันกำแพง
นายประสงค์   วัฒนเสน                  เมืองเชียงใหม่
นายสุพณ       ศรีพวก                    แม่แตง
นางณิชานันท์  โชคลดา                   แม่แตง
นางกานดา     ชัยโองการ                แม่แตง
น.ส.ปราณี      ขอดคำ                    เมืองเชียงใหม่
นางฉวีวรรณ   รักธรรม                   เมืองเชียงใหม่
นายชาญ        ปันปวง                   สารภี
พ.ต.ท.ศิริ       พึ่งพุทธ                   สันกำแพง
นางจินตนา     ข้ามหก                   เมืองเชียงใหม่
นายสมเจตน์   ปัญณวิชัย                เมืองเชียงใหม่
นางศรีมา       เริงชัยภูมิ                 เมืองเชียงใหม่
นางศรีเพ็ญ     กรรณาลงกรณ์          เมืองเชียงใหม่
นายแก้ว        กรรณาลงกรณ์          เมืองเชียงใหม่
นางพิมพา      ปัญญา                    เมืองเชียงใหม่

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดอบรมการไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทฯ ในวันศุกร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ นี้


ณ โรงแรม เดอะปาร์ค  ถนนช้างคลาน  เยื้องสมาคมฮากกา   เวลา  ๘.๓๐ น. – ๑๗.๐๐ น.

ขอเชิญผู้ที่สนใจเพิ่มความรู้และทักษะในการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทให้สำเร็จด้วยการ WIN – WIN  ทุกฝ่าย(รวมฝ่ายผู้ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยด้วย) แจ้งสำรองได้ที่ ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔ จนถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ครับ

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

ขอแนะนำร้านอาหารที่ท่านจะได้รับความยุติธรรม

ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ภคินโภชนา
อยู่เยื้องทางเข้าสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ถนนช้างเผือก  อำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่ผู้เขียนจะแวะในมื้อเที่ยงเสมอ
 
สามารถเลือกสั่งเอาเฉพาะบางส่วนของร่างกายไก่ได้ด้วย (ยกเว้นบั้นท้ายไก่-ไม่มี) ผักสด, น้ำดื่มบริการด้วยตนเอง

ราคา ๒๕ บาท พิเศษ ๓๐-๓๕ บาท ขึ้นอยู่กับเราจะพิศวาสเลือกเอาเรือนร่างส่วนใดของไก่มาเชยชิม
ชามก๋วยเตี๋ยวใหญ่กว่าร้านทั่วไป ปริมาณใน 1 ชาม ก็มากเพียงพอสำหรับคนร่างใหญ่ๆ ทานได้อิ่มแล้ว 

ร้านและอาหารดูสะอาดตา  สังเกตว่าเจ้าของร้านจะหมั่นเช็ดโต๊ะ เช็ดโน่นเช็ดนี่อยู่เสมอ แม้จะไม่มีใครเข้าร้าน(นอกจากผู้เขียน)

นอกจากก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นแล้ว ยังมีข้าวไก่ตุ๋นที่เคียงรอบจานด้วยผักสลัด มะเขือเทศ-แตงกวาฝาน และกากหมูเจียวหอม บริการพร้อมกับน้ำซุปซี่โครงติดเนื้อไก่ตุ๋น(ก็น้ำก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ)  น้ำจิ้มก็แปลกกว่าที่อื่น น่าจะเป็นน้ำมะขามเปียกผสมกับพริกขี้หนูและกระเทียมตำ เผ็ดร้อนกำลังดี  เป็นอาหารที่ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองทานนะครับ 

นอกจากทางร้านจะให้ความยุติธรรมในปริมาณและส่วนประกอบใน 1 หน่วยแล้ว   ผู้เขียนยังขอรับรองว่าท่านกับเจ้าของร้านจะไม่เกิดข้อพิพาทในเรื่องของราคาอีกด้วย
 
เมื่อทานอาหารอร่อย มีความเข้าใจและพึงพอใจในรสชาติแล้ว ย่อมเกิดความสงบสุขในอารมณ์และสมานฉันท์ในร้านนี้ได้อย่างดีครับ

 

รายงานการประชุมครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕


รายงานการประชุม
 ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่ 

          ประชุมเมื่อวันที่  ๒๗  กรกฏาคม  ๒๕๕๕   ณ ห้องประชุมใหญ่  ชั้น ๒      ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  โดยนางพึงพิศ   สมนาวรรณ  ประธานชมรมฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม  มีผู้ร่วมประจำจากอำเภอต่างๆ จำนวน  ๖๖  ท่าน และเจ้าพนักงานจากที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่อีก ๒ ท่าน  เข้าร่วมประชุม  

ผู้เข้าประชุม  
นายกิติศักดิ์   จักราชย์                    อำเภอเมืองเชียงใหม่
นางวรวรรณ   มหานันทโพธิ์             อำเภอเมืองเชียงใหม่
นายประสิทธิ์   ศรีโกไสย                  อำเภอเมืองเชียงใหม่
นางจตุรพร   วรรณจักร                   อำเภอเมืองเชียงใหม่
นางพึงพิศ   สมนาวรรณ                  อำเภอเมืองเชียงใหม่
นายวีระยุทธ   บูรณะประภา             อำเภอสารภี
นายสุทัศน์   จิตบาล                       อำเภอสารภี
นางสังคม   คุณรังสี                        อำเภอสารภี
นายชาญ   ปันปวง                         อำเภอสารภี
นายประกิต   นามวงค์                     อำเภอสารภี
นางจรรยา   วงศ์วิรัติ                       อำเภอสันทราย
นางอรญา   รักษ์ขันติ                      อำเภอสันทราย
นายสุวรรณ์   ปูรณะพงษ์                  อำเภอสันทราย
นายมนตรี   ชคทันต์บดี                    อำเภอสันทราย
นายศักดิ์ศรี   สุปินตา                       อำเภอสันทราย
นายอาทิตย์   เป็งจันทร์                    อำเภอสันทราย
นายวีระชัย   ชัยเผือก                      อำเภอสันทราย
นายเรืองชัย   ศิลปวรเศรษฐ               อำเภอสันทราย
นางพรรณา   คุณัญญาสกุล                อำเภอสันทราย
น.ส.ภัทรานิษฐ์   บุญอมฤตสกุล           อำเภอสันทราย
นางนุศรา   ผิวรัตน์                         อำเภอสันทราย
นายวินิตย์   กันธรรม                       อำเภอสันทราย
น.ส.อัญญา   พ่วงภิญโญ                   อำเภอสันทราย
นายดิลก   เบญจวัฒนวงศ์                 อำเภอสันทราย
นายไสว   สุระเดช                          อำเภอแม่ออน
นายปรียชาติ   พลอยสุข                   อำเภอหางดง
นายยุทธนา   วงศ์ฟั่น                       อำเภอหางดง
นายพงษ์ศักดิ์   ชัยชนะ                     อำเภอสะเมิง
นางบัวไหล  บุญมา                          อำเภอสะเมิง
พ.ต.ท.ศิริ  พึ่งพุทธ                          อำเภอสันกำแพง
นายวิชิต   กลิ่นทอง                         อำเภอสันกำแพง
น.ส.เพ็ญพันธ์  ธีระสวัสดิ์                   อำเภอสันกำแพง
ร.ต.ประยงค์   สุวรรณวัตต์                 อำเภอสันกำแพง
นางสุพิศ   ชัยสาร                           อำเภอสันกำแพง
นางอรวรรณ   นามวงศ์พรหม             อำเภอสันกำแพง
นายวิเชาว์   คำฝั้น                          อำเภอสันกำแพง
นายทวี   วิวัฒนเจริญ                       อำเภอสันกำแพง
พ.ต.ท.คมสันต์   ตั้งยะฤทธิ์                อำเภอแม่แจ่ม
นายนฤเทพ   พึ่งไทย                       อำเภอแม่แจ่ม
นายนิเวศน์   เนตรคำ                       อำเภอสันป่าตอง
นายจิรวัฒน์   เรือนมณีพิทักษ์             อำเภอสันป่าตอง
นายประเสริฐ   อินต๊ะแก้ว                 อำเภอสันป่าตอง
นายอาคม   สิงห์แก้ว                       อำเภอสันป่าตอง
นายภาณุวัฒน์  พรมทิ                      อำเภอสันป่าตอง
นายไพศาล   ภิโลคำ                        อำเภอสันป่าตอง
นางอุราพรรณ   เลิศวิริยานันท์            อำเภอไชยปราการ
นางบุญปั้น   สุรินทร                        อำเภอไชยปราการ
นางอำภา   ขันธะ                           อำเภอไชยปราการ
นางรจนา   ยี่บัว                             อำเภอดอยหล่อ
นายยูน   คำหมื่นยอง                      อำเภอดอยหล่อ
นายสิงห์คำ   แดงวงศ์                      อำเภอดอยหล่อ
นายบุญส่ง   ขัดตุ่น                         อำเภอดอยหล่อ
นายสมพงษ์   อินทรชัย                    อำเภอดอยหล่อ
นายโยธิน   ผัดคำมูล                       อำเภอดอยหล่อ
นายสุทัศน์   โกษา                          อำเภอดอยหล่อ                
นางรัชนีวรรณ   ด้วงปุก                    อำเภอดอยหล่อ
พ.ต.ท.สมจิตร   บัวเล็ก                    อำเภอแม่แตง
นายบุญมี   เรือนชัย                        อำเภอแม่แตง
นายเมทา   ศิลป์มิตรภาพ                 อำเภอกัลยาณิวัฒนา
นายประกฤต   คำดวงดาว                อำเภอดอยสะเก็ด
นายณรงค์   ปันดวง                        อำเภอแม่ริม
นายสมพงษ์   จันดากรณ์                  อำเภออมก๋อย
นายกรันถ์   วงศ์วาร                       อำเภอฮอด
นางแสงจันทร์   งามผิว                    อำเภอฝาง
นายบุญส่ง   ดวงดี                          อำเภอแม่อาย
นายวีระพันธ์   เวทะธรรม                 อำเภอแม่อาย 

ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่  ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

นายธีทัต   ประกอบเที่ยง   นิติกรชำนาญการ
นายทศน์พล   เอี่ยมโอษฐ์   เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ 

เอกสารระหว่างประชุม        

-     บัญชีรายรับ-รายจ่าย ของชมรมฯ
-         ใบสมัครสมาชิกชมรมฯ
-         ใบสมัครเครือข่าย/อาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
-         ข้อบังคับชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่ 

เริ่มประชุมเวลา  ๙.๓๐  นาฬิกา
วาระที่ ๑                  เรื่องที่ประธานที่ประชุม แจ้งให้ทราบ
ประธานกล่าวเปิดประชุม ขอต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านด้วยความยินดี ซึ่งมีผู้มาเข้าประชุมมากที่สุดตั้งแต่จัดการประชุมมา  และขอให้ผู้ไกล่เกลี่ยฯ แนะนำตัวให้เพื่อนๆ ทราบโดยทั่วกันด้วย   
ประธานได้อธิบายที่มาของการตั้งชมรมฯ ให้ผู้ไกล่เกลี่ยฯ ที่พึ่งมาเข้าประชุมเป็นครั้งแรกให้ทราบ โดยสรุปว่า เนื่องจากชมรมฯ มิได้มีงบประมาณหรือรายได้ใดๆ ที่จะมาบริหาร กรรมการชมรมฯ จึงร่วมกันสละทรัพย์ส่วนตัวคนละเล็กละน้อยมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเอกสาร, การติดต่อผู้ไกล่เกลี่ยฯ อำเภอต่างๆ  เพื่อจัดให้มีการประชุม จึงมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสูง ต่อมาจึงเห็นว่าควรขอให้มีการสมัครสมาชิกฯ ขอค่าบำรุงปีละ ๒๐๐ บาทต่อท่าน  ซึ่งก็ยังมีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกไม่มากนัก  จึงอยากจะขอให้ท่านที่มาเข้าประชุมในวันนี้สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วย  แต่ในขณะเดียวกันทางกรรมการชมรมฯ ก็กำลังรวบรวมเอกสาร การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการจดทะเบียนชมรมฯ ต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เพื่อการเสนอของบประมาณจากหน่วยราชการหรือองค์กร เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของผู้ไกล่เกลี่ยฯ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไปอีกด้วย
นายนิเวศน์  เนตรคำ  ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสันป่าตอง เสนอให้ชมรมฯ มีหนังสือแจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล, เทศบาลตำบล และผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ให้ทราบว่าได้มีการจัดตั้งชมรมฯ และเพื่อให้กระจายข่าวแก่ชุมชนทราบว่า ในทุกอำเภอมีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งแล้ว ประชาชนสามารถนำข้อพิพาทมาร้องขอต่อนายอำเภอนั้นๆ เพื่อให้มีการไกล่เกลี่ยฯ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ประธานแจ้งว่า ทางชมรมฯ ก็ได้มอบให้กรรมการชมรมฯ แต่ละท่านไปดำเนินการเรื่องนี้ในท้องถิ่นของตนเองกันด้วยแล้ว อีกทั้งกำหนดแผนที่จะรุกเข้าไปยังแต่ละอำเภอเพื่อการนี้แล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องการต้องมีงบประมาณ  เชื่อว่าปัญหาเรื่องงบประมาณจะได้รับการแก้ไข ได้รับการช่วยเหลือในอีกไม่นานนี้ 
นายประกิต  คำดวงดาว  รองประธานชมรมฯ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ในขณะนี้ทางรัฐได้จัดสรรเงินให้งานด้านไกล่เกลี่ยแต่ละอำเภอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการพัฒนา, เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ในปี ๒๕๕๕ แล้ว โดยในจังหวัดเชียงใหม่จะมีอำเภอนำร่อง ๔ อำเภอ ที่จะได้รับเงินอำเภอละ  ๒๑,๐๐๐  บาท คือ อำเภอ ดอยสะเก็ด, สันป่าตอง, แม่วาง และพร้าว  ส่วนอำเภออื่นๆ ได้รับอำเภอละ  ๑๒,๐๐๐  บาท  แต่ในส่วนของเงินจำนวนนี้ ผู้ไกล่เกลี่ยแต่ละอำเภอจะต้องนำไปจัดทำป้าย”ศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง  อำเภอ.......” เป็นเงิน ๑,๕๐๐  บาท  และเมื่อได้เปิดศูนย์ฯ แล้ว จะต้องทำเป็นบอร์ดรายงานการเปิดศูนย์ฯ ในวงเงิน ๑,๐๐๐  บาท เพื่อรายงานส่งแก่จังหวัดต่อไปด้วย
นายทศน์พล   เอี่ยมโอษฐ์  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงว่า เงินจัดสรรที่แต่ละอำเภอได้รับมานี้ อำเภอกัลยาณิวัฒนา มิได้รับ เนื่องจากตกสำรวจ ด้วยเพราะการส่งรายชื่ออำเภอเข้าไปยังกรมฯ ได้ใช้บัญชีอำเภอในจังหวัดเดิมที่ยังมิได้ระบุอำเภอกัลยาณิวัฒนาเป็นอำเภอตั้งขึ้นใหม่ ครั้นจะขอเป็นงบใหม่ก็มิอาจทำได้  จึงขอให้ทางผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอกัลยาณิวัฒนา หางบจากทางอื่นมาดำเนินการในปีนี้ไปก่อน  โดยในปี ๒๕๕๖ จะติดตามมิให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก 

วาระที่ ๒     รับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่  ๒๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๕
          ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่  ๒๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๕ 

วาระที่ ๓     แก้ไขข้อบังคับชมรม
          นายประกิต   นามวงค์ ผู้ไกล่เกลี่ยฯ อำเภอสารภี เสนอให้มีการแก้ไขข้อบังคับชมรมฯ ในส่วนของที่ปรึกษา ซึ่งในข้อบังคับข้อที่ข้อ 14 กำหนดให้มีกรรมการที่ปรึกษา ประกอบด้วย
1.      อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
2.      อธิบดีกรมการปกครอง
3.      ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
4.      ปลัดจังหวัดเชียงใหม่
5.      นายอำเภอทุกอำเภอ ในจังหวัดเชียงใหม่
          แต่งานเรื่องไกล่เกลี่ยนี้ หากคู่พิพาทที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ต่อมาได้มีการประพฤติผิดสัญญา ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการที่คู่พิพาทจะต้องไปร้องขอต่ออัยการให้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกคำบังคับไปยังคู่พิพาทอีกฝ่ายนั้น จำต้องอาศัยอำนาจและหน้าที่ของอัยการเป็นผู้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ จึงเห็นควรเสนอให้มี “พนักงานอัยการประจำจังหวัด” เป็นที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย
          ทีประชุมเห็นชอบและให้ทำการแก้ไขข้อบังคับตามเสนอ 

วาระที่ ๔     กำหนดการเยี่ยมผู้ไกล่เกลี่ยประจำอำเภอ
        นายประกฤตฯ  แจ้งว่าจากเดิมที่ชมรมฯ จะกำหนดการออกเยี่ยมผู้ไกล่เกลี่ยฯ ตามอำเภอต่างๆ ที่มีปัญหาเรื่องการรวมตัว การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ประจำอำเภอนั้น  เนื่องจากแต่ละอำเภอที่ได้เงินจัดสรรดังที่กล่าวมาข้างต้น จะต้องนำเงินออกไปใช้ดำเนินการเปิดศูนย์ฯ ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕  มิฉะนั้นจะต้องคืนเงินนี้แก่จังหวัด  จึงต้องขอเลื่อนการออกเยี่ยมฯ นี้ออกไปก่อน และขอให้แต่ละอำเภอเร่งดำเนินการเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ให้เสร็จก่อนเวลาดังกล่าวด้วย  

วาระที่ ๕          รับรองรายรับ-รายจ่ายของชมรมฯ
          นายวีระยุทธฯ ซึ่งได้รักษาเงินของชมรมฯ ไว้ระหว่างรอส่งมอบแก่เหรัญญิก แจ้งว่ายอดเงินคงเหลือ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม  ๒๕๕๕ จำนวน ๓.๖๒๗  บาท  กับได้รับเงินค่าสมัครสมาชิกชมรมฯ ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม  ๒๕๕๕ อีกจำนวน  ๒,๖๐๐  บาท  จึงมีเงินอยู่ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นเงินทั้งสิ้น  ๖,๒๒๗  บาท  มีค่าใช้จ่ายต่างๆ จนถึงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ตามที่แจ้งไว้ใบสรุปรายรับ-รายจ่าย ที่เสนอให้ดูพร้อมนี้เป็นเงิน  ๒,๒๐๗ บาท ชมรมฯ จึงมีเงินเหลือทั้งสิ้นก่อนการประชุมนี้เป็นเงินจำนวน  ๔,๐๒๐  บาท 
ที่ประชุมรับทราบและอนุมัติให้จ่ายเงินตามเสนอ

วาระที่ ๖     เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
นายประกฤตฯ แจ้งให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทราบว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพร่วมกับมหาวิทยา ลัยมหิดล จัดโครงการจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ครั้งที่ ๓  ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ครอบคลุมทั่วประเทศระยะที่ ๑  พื้นที่ภาคเหนือ  ระหว่างวันที่  ๘ – ๑๐  สิงหาคม  ๒๕๕๕  ณ โรงแรมเดอะปาร์ค  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  และกระทรวงยุติธรรมจะเปิดการอบรมหลักสูตร “อาสาสมัครยุติธรรม  กระทรวงยุติธรรม” รุ่นที่ ๑  ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๖ สิงหาคม  ๒๕๕๕  ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  โดยติดต่อขอเข้าร่วมการอบรมยังที่ว่าการอำเภอท้องที่เพื่อเป็นตัวแทนของอำเภอหรือไปลงชื่อเข้าร่วมการอบรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ถนนช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ในเวลาราชการจนถึงก่อนวันเปิดการอบรมฯ  
          ในวันนี้มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรมฯ เพิ่มอีก ๒๒ ท่าน เก็บเงินค่าสมัครสมาชิกได้เป็นเงินจำนวน  ๔,๔๐๐  บาท ชมรมฯ จึงมีเงิน ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕  หลังการประชุมเสร็จ จำนวนทั้งสิ้น  ๘,๔๒๐  บาท
          ประธานกำหนดวันประชุมฯ ครั้งต่อไปในวันอังคารที่  ๑๑  กันยายน  ๒๕๕๕   เวลา  ๙.๓๐  นาฬิกา  ณ ห้องประชุมเล็ก ชั้น ๒  ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
          ประธานกล่าวขอบคุณผู้ไกล่เกลี่ยทุกท่าน และปิดประชุม 

มติที่ประชุม  ที่ประชุมรับทราบ
ปิดประชุมเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา
 
                                                           ลงชื่อ     พึงพิศ   สมนาวรรณ
                                                                        ประธานที่ประชุม
                                                                 (   นางพึงพิศ   สมนาวรรณ   )
                                                                          ประธานชมรมฯ
                                                                         ๐๘๑-๘๘๒๕๘๗๓

 ลงชื่อ             วีระยุทธ   บูรณะประภา
                      ผู้บันทึกการประชุม
           (   นายวีระยุทธ     บูรณะประภา   )
                       เลขานุการชมรมฯ
                      ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔ 

เชิญเยี่ยมอ่านบทความและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการไกล่เกลี่ยฯ ได้ที่
 http://cm-peacemaker.blogspot.com/  หรือเข้าที่ google โดยพิมพ์ว่า
 “ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่”