วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สรุปการเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท อำเภอดอยสะเก็ด



รายงานการเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ของคณะกรรมการชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อวันที่  ๑๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๖

            คณะกรรมการชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนางพึงพิศ สมนาวรรณ  ประธานชมรมฯ ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท อำเภอดอยสะเก็ด  ตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด  โดยมีเจ้าพนักงานปกครองจากที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนที่อำเภอดอยสะเก็ดเนื่องจากท่านนายอำเภอและปลัด อำเภออาวุโส ติดประชุมด่วน จึงมอบหมายให้นางนิ่มนภา  แสนเมืองมูล  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ พร้อมทั้งผู้ไกล่เกลี่ยผู้มีบัญชีรายชื่อของอำเภอดอยสะเก็ด ให้การต้อนรับและร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน
                       
คณะกรรมการชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งจังหวัดเชียงใหม่           
นางพึงพิศ       สมนาวรรณ         อำเภอเมืองเชียงใหม่       ๐๘๑-๘๘๒๕๘๗๓
นายประสิทธิ์    ศรีโกไสย             อำเภอเมืองเชียงใหม่       ๐๘๒-๑๘๘๑๑๔๔
นายกิติศักดิ์     จักราชย์               อำเภอเมืองเชียงใหม่       ๐๘๑-๙๖๑๙๙๐๗                                 
นายวีระยุทธ    บูรณะประภา        อำเภอสารภี                   ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔
นายทวี           วิวัฒนเจริญ          อำเภอสันกำแพง             ๐๘๙-๕๖๐๙๓๖๐

ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด
นายประเสริฐ  ปัญญากาศ           ๐๘๖-๙๒๑๓๕๕๗
นายชูศักดิ์      บุญทรัพย์อุดม       ๐๘๕-๐๓๘๘๓๙๙
นายสมาน      โพธิยา                  ๐๘๒-๑๙๕๓๓๐๔
นางดาวเรือง   ธาตุอินจันทร์         ๐๘๑-๑๗๙๓๗๕๗
นายประกฤต   คำดวงดาว           ๐๘๙-๙๕๐๑๒๑๒
ด.ต.นเรศ       กาวี                      ๐๘๗-๗๘๙๕๔๕๓
ด.ต.เมธา        นิลวิเศษ               ๐๘๐-๔๙๘๘๐๒๓
นายดวงดี       สมสวย                 ๐๘๘-๔๐๘๔๕๗๔

ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสันป่าตอง
นายไพศาล    ภิโลคำ                  ๐๘๑-๗๘๓๔๗๐๓

ที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด
นางนิ่มนภา   แสนเมืองมูล     เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ    ๐๘๕-๐๓๙๓๘๖๖

ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่
นายถนอม    กุยแก้ว            เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ  ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายฯ    ๐๘๙-๒๖๒๖๖๓๖
นายธีทัต      ประกอบเที่ยง    นิติกรชำนาญการ    ๐๘๑-๗๘๕๖๐๐๘
นายอำนาจ   มหายนต์          เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ    ๐๘๖-๑๙๒๙๑๔๔     

เอกสารระหว่างประชุมปรึกษา             
-     รายงานการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๖  วันที่  ๒๘  พฤษภาคม  ๒๕๕๖

เริ่มประชุมปรึกษาเวลา  ๑๐.๐๐  นาฬิกา
นางนิ่มนภา  แสนเมืองมูล  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กล่าวเปิดการประชุมฯ  ต้อนรับคณะกรรมการชมรมฯ และผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด  แจ้งว่าเนื่องด้วย ว่าที่ ร.ต.สมัย คำชมภู นายอำเภอดอยสะเก็ด และปลัดอำเภออาวุโสติดประชุมด่วน ไม่อาจมาร่วมในการประชุมฯ ครั้งนี้ได้ จึงได้มอบหมายในนางนิ่มนภาฯ เป็นตัวแทนมาต้อนรับและร่วมประชุมปรึกษา ซึ่งเมื่อทางอำเภอได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ก็ได้ทำหนังสือแจ้งต่อไปยังผู้มีบัญรายชื่อเป็นผู้ไกล่เกลี่ยของอำเภอดอยสะเก็ดทั้ง ๒๕ ท่านแล้ว  นางนิ่มนภาฯ กล่าวว่าพึ่งย้ายมาจากอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานอำนวยความยุติธรรม การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทนี้ด้วย  จะทำการสนับสนุนงานด้านไกล่เกลี่ยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกรมการปกครองต่อไป
ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมปรึกษาได้แนะนำตัวให้ที่ประชุมได้รู้จักกันทุกท่านด้วย

นางพึงพิศ  สมนาวรรณ  ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอเมืองเชียงใหม่ ประธานชมรมฯ ได้กล่าวขอบคุณแก่ทุกท่านที่ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุมปรึกษาในครั้งนี้  ชมรมฯ เดินทางมาเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยของอำเภอดอยสะเก็ดเป็นแห่งแรกตั้งแต่ตั้งชมรมฯ ขึ้นมา  เจตนาของชมรมฯ ที่มาเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ นี้ ก็ด้วยประสงค์จะปรึกษาหารือกับทางอำเภอและผู้ไกล่เกลี่ยว่าการปฏิบัติงานไกล่เกลี่ยที่ผ่านมา มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติงานอย่างไรและมีผลเป็นอย่างไรบ้าง  ต้องการให้ทางชมรมฯ ช่วยเหลืออย่างไร  ซึ่งขณะนี้ชมรมฯ ได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนชมรมฯ ต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่แล้ว  เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงฯ ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ทางชมรมฯ ก็สามารถขอรับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานอื่น เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของผู้ไกล่เกลี่ยจังหวัดเชียงใหม่และการให้ความรู้ในการระงับข้อพิพาทในชุมชน  สำหรับวันนี้ทางชมรมฯ ได้ทำแผ่นปลิวสำหรับแนะนำการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของอำเภอมามอบให้แก่นายประกฤต  คำดวงดาว ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ดเพื่อแจกจ่ายประชาสัมพันธ์จำนวน ๑๐๐ แผ่น

นายประกฤต  คำดวงดาว  ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด รองประธานชมรมฯ  กล่าวว่าในส่วนของผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด ที่ผ่านมายังมิได้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย คงเนื่องด้วยไม่มีผู้มายื่นคำร้องต่อนายอำเภอ ผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อได้รับการเสนอชื่อขึ้นบัญชีแล้ว ก็อยากที่จะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยด้วยการมีจิตอาสา อยากช่วยเหลือชุมชน อยากได้ความเข้าใจในขั้นตอนการยื่นคำร้อง แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอท่านใดที่จะให้ความกระจ่างได้  ทราบว่าบางอำเภอมีปัญหางานไกล่เกลี่ยด้วยอ้างว่างบประมาณของเงินค่าตอบแทนหมด จึงไม่รับคำร้องไกล่เกลี่ย  แต่บางอำเภอขอเบิกเงินค่าตอบแทนต่อเดือนสูงมาก บางอำเภอก็ไม่มีการตั้งเบิก  จึงขอถามทางจังหวัดว่าในการจัดการเงินค่าตอบแทนให้แก่ผู้ไกล่เกลี่ยนั้น มีหลักการอย่างไรบ้าง
   
นายถนอม  กุยแก้ว  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ  หัวหน้านิติกร ที่ทำการปกครองจังหวัดฯ  กล่าวว่าในการจะไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทนั้น มีอยู่หลายช่องทางที่ประชาชนในชุมชนจะเลือกใช้ ตั้งแต่การขอให้คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า กม. ดำเนินการไกล่เกลี่ย, ศูนย์ไกล่เกลี่ยของเทศบาลต่างๆ, ยุติธรรมชุมชน, ศูนย์อำนวยความเป็นธรรมอำเภอ หรือศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ที่ตั้งขึ้นตามกฎกระทรวงโดยมีผู้ไกล่เกลี่ยที่มีบัญชีรายชื่อของแต่ละอำเภอทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย ซึ่งกำหนดให้แต่ละอำเภอต้องมีไม่ต่ำกว่า ๒๐ ท่านนี้  ซึ่งขึ้นอยู่กับคู่พิพาทว่าจะเลือกเข้าช่องทางใด  ทุกชุมชนย่อมต้องมีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้น จะแตกต่างที่ความมากน้อย และคู่พิพาทประสงค์จะระงับข้อพิพาทกันอย่างไร  บางรายก็อาจตรงไปใช้กระบวนการทางศาลยุติธรรมโดยตรงเลยก็มี การที่ผู้ไกล่เกลี่ยบางอำเภอยังมิได้ทำหน้าที่ก็อาจจะด้วยการที่คู่พิพาทเลือกช่องทางอื่นกันเองก็เป็นได้   ส่วนในเรื่องของเงินค่าตอบแทนนั้น จังหวัดได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้นเฉลี่ยอำเภอละ ๓๐,๐๐๐  บาท  จังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมด ๒๕ อำเภอ แต่ที่มีการตั้งเบิกเงินค่าตอบแทนเข้ามายังจังหวัดเพียง ๖ อำเภอเท่านั้น การเบิกจ่ายค่าตอบแทนก็มิได้จำกัดอำเภอละ ๓๐,๐๐๐ บาท  อำเภอใดมีเรื่องไกล่เกลี่ยมากน้อย ก็จะใช้วงเงินรวมมาจัดสรรเบิกจ่ายให้ไปตามลำดับ  แต่หากมีเงินค่าตอบแทนเหลือจากการตั้งเบิกจ่าย ก็ต้องส่งคืนกรมการปกครองทุกปี  สำหรับการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามบัญชีรายชื่อนี้จะไม่มีวาระ คือเป็นไปตลอด เว้นแต่จะตาย, ลาออก, นายอำเภอสั่งให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ, ไม่เข้าไกล่เกลี่ยเกินสองครั้งติดต่อกันหรือถูกถอดถอน เท่านั้น

นายชูศักดิ์  บุญทรัพย์อุดม   ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด  แสดงความเห็นว่ารายชื่อผู้ไกล่เกลี่ยที่ปรากฏในแผ่นปลิวที่ชมรมฯ ทำมาให้นี้ มีหลายคนที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้ว  คือบางคนได้ขอลาออก  บางคนได้สมัครและรับเลือกตั้งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น  และมีความเห็นว่าเรื่องของการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ตามกฎกระทรวงนี้ แทบจะไม่เป็นที่รู้แก่ชุมชนเลย อยากให้ทางอำเภอดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้แก่ชุมชนอย่างทั่วถึงด้วย อาจจะด้วยการให้เทศบาลประกาศเสียงตามสาย หรือให้กำนันผู้ใหญ่บ้านป่าวประกาศให้แก่ลูกบ้านทราบ  พร้อมทั้งเสนอว่ากรณีที่คู่พิพาทเป็นคนตำบลใด อยากจะให้ผู้ไกล่เกลี่ยที่มีภูมิลำเนาในตำบลนั้นเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้นจะเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งหากพิจารณาจากกฎกระทรวงแล้ว ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นคำร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ย ออกหนังสือแจ้งคู่พิพาทให้ตอบรับ-ปฏิเสธการเข้าสู่การไกล่เกลี่ย การเลือกผู้ไกล่เกลี่ยของแต่ละฝ่าย  การพิจาณาคำร้องฯ ไปจนกว่าจะถึงวันนัดไกล่เกลี่ย ใช้เวลามาก อาจทำให้คู่พิพาทมีการลังเลหรือเปลี่ยนใจได้ จึงอยากให้มีการลดขั้นตอนต่างๆ ให้ใช้เวลาน้อยลงด้วย

นางนิ่มนภาฯ กล่าวว่าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยจะมีรูปของผู้ไกล่เกลี่ยทั้ง ๒๕ คนแสดงไว้ให้คู่พิพาทเป็นผู้แสดงความประสงค์ว่าจะเลือกคนใดมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยฝ่ายตนด้วยตัวเอง  ซึ่งเป็นไปตามที่ประกาศไว้ในกฎกระทรวง  เป็นอิสระของคู่พิพาทที่ประสงค์จะเลือกผู้ใดเป็นผู้ไกล่เกลี่ยฝ่ายตน  ส่วนการที่จะทำให้การไกล่เกลี่ยมีการกระชับเวลาให้มีความสะดวก รวดเร็วนั้น นางนิ่มนภาฯ จะพยายามดำเนินการให้ แต่ทั้งนี้ผู้ไกล่เกลี่ยทุกท่านก็ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าทำหน้าที่เพื่อให้รวดเร็วและทันต่อเวลาด้วยเช่นกัน  และในการที่คณะกรรมการชมรมฯ จะมาเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ในวันนี้ ทางอำเภอก็ได้ออกหนังสือเชิญแจ้งไปยังผู้ไกล่เกลี่ยทั้ง ๒๕ ท่านแล้ว แต่ก็มีมาร่วมการประชุมปรึกษากันวันนี้เพียง ๘ ท่าน ซึ่งคงจะต้องติดตามว่า ท่านที่มิได้มา เกิดจากการไม่ได้รับหนังสือ หรือทราบว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยไปแล้ว หรือลาออกจากการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว ทางอำเภอก็จะได้ทำการตรวจสอบให้ชัดเจน หากจำนวนผู้ไกล่เกลี่ยที่ยังมีคุณสมบัติครบมีจำนวนไม่ถึง ๒๐ คน ทางนายอำเภอก็จะต้องทำการประกาศรับสมัครเพื่อคัดเลือกเพิ่มเติมและเสนอรายชื่อพร้อมใบสมัครไปยังจังหวัดเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามบัญชีรายชื่อทดแทนต่อไป

นายวีระยุทธ  บูรณะประภา  ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสารภี เลขานุการชมรมฯ กล่าวว่าสำหรับรายชื่อผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ดที่ระบุไว้ในแผ่นปลิวนี้ ได้คัดลอกมาจากบัญชีรายชื่อที่จังหวัดได้ประกาศไว้ตั้งแต่แรก แม้ขณะนี้จะมีหลายท่านที่ขาดคุณสมบัติแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่นายอำเภอยังไม่สั่งให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ ก็ยังคงถือว่าผู้นั้นยังมีชื่อเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอยู่  ซึ่งกรณีที่ผู้ไกล่เกลี่ยขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามนี้ มีเกิดขึ้นหลายอำเภอ แม้ที่อำเภอสารภีเองก็มีที่ไปลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นหลายคน ก็มีการแจ้งด้วยวาจาให้ทางอำเภอทราบแล้ว  ส่วนการจะดำเนินการคัดชื่อออกนั้น คงให้เป็นขั้นตอนของนายอำเภอที่จะดำเนินการต่อไป  แต่หากจะให้ผู้ไกล่เกลี่ยทำหนังสือแจ้งพร้อมระบุการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของผู้ไกล่เกลี่ยแก่อำเภอนั้น เห็นว่าอาจไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้ผู้ไกล่เกลี่ยที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเข้าใจผู้แจ้งผิด หรือการที่ผู้ที่ขาดคุณสมบัติไม่แจ้งแก่อำเภอเองว่าตนขาดคุณสมบัติแล้ว อาจจะด้วยประสงค์จะใช้การได้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยไว้ประกอบสถานะของตนต่อไปก็เป็นได้  จึงอยากให้เป็นหน้าที่ของอำเภอที่จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ย  และขอสอบถามยังจังหวัดว่าเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปติดต่อยื่นคำร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ยลูกหนี้กองทุนหมู่บ้านที่ผิดนัดชำระหนี้มาเป็นเวลากว่า ๔-๕ ปี จำนวน ๖ ราย ณ ศูนย์อำนวยความเป็นธรรม อำเภอสารภี โดยมีปลัดอำเภอท่านหนึ่งเป็นผู้รับเรื่อง  ซึ่งปลัดอำเภอท่านนี้ได้บอกว่าในกรณีที่ลูกหนี้กองทุนหมู่บ้านผิดนัดชำระหนี้ ก่อนจะดำเนินการ ทางกองทุนหมู่บ้านฯ จะต้องแจ้งแก่กรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอและพัฒนาชุมชนก่อน ถึงจะดำเนินการได้และการจะดำเนินการทางกฎหมายนั้นจะต้องส่งให้กรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทครั้งหนึ่งก่อน เพื่อให้กรรมการหมู่บ้านมีผลงานในการระงับข้อพิพาทด้วย เมื่อมีการผิดนัดอีกจึงค่อยมายื่นคำร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ย เว้นแต่ข้อพิพาทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านถึงจะสามารถมายื่นคำร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ยได้เลย  อีกทั้งงบประมาณที่จะเป็นเงินค่าตอบแทนแก่ผู้ไกล่เกลี่ยได้หมดลงแล้ว โดยจังหวัดให้เฉลี่ยรับเรื่องการไกล่เกลี่ยอำเภอละ ๑๐ เรื่องต่อปี นายวีระยุทธฯ เห็นว่าคำชี้แจงต่างๆ ของปลัดอำเภอท่านนี้ ไม่ตรงประเด็นและข้อเท็จจริง  ดังนั้นงานด้านการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งของอำเภอสารภีที่ได้เคยดำเนินการมาด้วยดีกับปลัดอำเภอคนเก่า อาจต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายปกครองของอำเภอในปัจจุบันกันใหม่อีก  จึงขอทราบแนวทางเพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ด้วย

นายธีทัต  ประกอบเที่ยง  นิติกรชำนาญการ  ให้ความเห็นว่า ในการที่จะให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทนั้น มีหลายช่องทางตามที่นายถนอม  กุยแก้ว แจ้งไว้แต่แรก  ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำร้องก็สามารถเลือกได้ว่าตนประสงค์ที่จะให้มีการไกล่เกลี่ยในช่องทางใดที่สะดวกและเห็นว่าเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า  และหากข้อพิพาทนั้นๆ อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว หน่วยงานนั้นก็สามารถที่จะรับเอาข้อพิพาทนั้นเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้เพราะเป็นงานบริการแก่ประชาชน ไม่ควรที่จะปฏิเสธหรือแนะนำให้ไปติดต่อที่ช่องทางอื่นอีก ส่วนการรับคำร้องเข้ามาไกล่เกลี่ยนั้น ทางจังหวัดมิได้กำหนดหรือจำกัดจำนวนเรื่องไว้  คู่พิพาททุกเรื่องที่หากข้อพิพาทอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว สามารถยื่นคำร้องต่อนายอำเภอนั้นๆ ได้ตลอดปี เพราะการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทเป็นหนทางหนึ่งที่จะคัดกรองมิให้ต้องนำเรื่องพิพาทไปเป็นคดีรกโรงรกศาล  และเรื่องของงบประมาณค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ยนั้น ก็มิได้หมดแล้วแต่อย่างใด 

นายเมธา  ปัญญากาศ  ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ด ให้ความคิดเห็นของสังคมในปัจจุบันว่า ปัจจุบันได้เกิดความแตกแยกกันอย่างมาก แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า มีความเหลี่ยมล้ำต่ำสูงในฐานะทางเศรษฐกิจ  ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ถูกบุกรุกถูกทำลาย  ประชาชนยังไม่เข้าใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง  ต่างก็จะเอาแต่ได้ เอาประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม  อยากให้ทางราชการเข้ามาแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย  ส่วนในเรื่องของการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทนั้น นายเมธาฯ ก็เป็นเครือข่ายยุติธรรมชุมชน มีความเห็นว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ระงับข้อพิพาทในแต่ละพื้นที่มีหลายหน่วยงานด้วยกัน โดยมีคำแนะนำว่าเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้น ให้ส่งเรื่องเข้าหาผู้ใหญ่บ้านในระดับกรรมการหมู่บ้าน หากไม่ยุติก็ให้ส่งไปที่กำนัน และศูนย์อำนวยความเป็นธรรมที่อำเภอ ตามลำดับ  แล้วยังมีระดับ อบต., เทศบาล, ยุติธรรมชุมชน แล้วปัจจุบันมีศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งนี้อีก เป็นการมีหน่วยงานทำงานซ้ำซ้อนกัน  อยากให้หน่วยงานเหล่านี้มาร่วมกันวางแผนในการดำเนินงานให้ชัดเจน คล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม 

นายไพศาล  ภิโลคำ   ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสันป่าตอง  กล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับชมรมฯ ที่จัดตั้งขึ้นนี้ เมื่อได้รับอนุมัติในการจดทะเบียนกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว ในการจะร่วมทำประโยชน์กับสังคม เห็นว่าอาจทำโครงการเสนอต่อมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอรับทุนสนับสนุนชมรมฯ ที่จะนำไปพัฒนาฯ ตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ ต่อไปได้

นายถนอม  กุยแก้ว  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการฯ  กล่าวว่าปัญหาทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ ทุกหน่วยงานของรัฐก็พยายามที่จะเข้ามาแก้ไขให้ดีขึ้น ในส่วนของเงินค่าตอบแทนที่อาจเหลือจากการตั้งเบิกจ่ายในปีนี้ นายถนอมจะได้ปรึกษากับทางจังหวัดว่าจะดำเนินการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ได้อย่างไรบ้าง  พร้อมทั้งยืนยันอีกครั้งว่าจังหวัดไม่ได้กำหนดปริมาณของเรื่องไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด  ผู้ไกล่เกลี่ยทุกท่านเมื่อได้รับการเลือกเข้าไปไกล่เกลี่ยข้อพิพาทใดแล้ว ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ข้อพิพาทนั้นๆ ยุติลงได้ เพื่อความสงบสุขของชุมชน ของส่วนรวม , สำหรับผู้ไกล่เกลี่ยที่ปัจจุบันขาดคุณสมบัติแล้วนั้น ขอให้ประสานกับทางอำเภอเพื่อความชัดเจนและจะได้คัดชื่อออก ซึ่งหากอำเภอใดมีจำนวนผู้ไกล่เกลี่ยที่ไม่ขาดคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔  ของกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ.๒๕๕๓ ไม่ถึง ๒๐ คนแล้ว นายอำเภอนั้นๆ ก็จะต้องประกาศรับสมัครผู้ไกล่เกลี่ยแล้วส่งรายชื่อพร้อมประวัติแก่คณะกรมการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้ได้จำนวนผู้ไกล่เกลี่ยไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ซึ่งก็มิได้จำกัดจำนวนขั้นสูงไว้แต่อย่างใด เช่น อำเภอหางดงมีบัญชีรายชื่อผู้ไกล่เกลี่ยทั้งสิ้นจำนวนถึง ๓๕ ท่าน  เป็นต้น  

นายถนอมฯ  มีความเห็นว่า ในการที่ผู้ไกล่เกลี่ยได้มีการประชุม นำปัญหา นำอุปสรรคมาปรึกษาหารือเช่นครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ดี เพื่อที่จังหวัดก็จะได้รับทราบและทำการแก้ไข ปรับปรุงในส่วนที่สามารถทำได้ต่อไป  แต่ในส่วนที่เป็นข้อกฎหมายหรือระเบียบข้อกำหนดซึ่งไม่อาจแก้ไขได้โดยลำพัง ก็จะได้นำเสนอไปยังกรมการปกครองเพื่อพิจารณาต่อไ

นางนิ่มนภา  แสนเมืองมูล  เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ  กล่าวขอบคุณเจ้าพนักงานปกครองที่มาจากที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ กรรมการชมรมฯ ตลอดจนผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอดอยสะเก็ดทุกท่านที่ให้ความสำคัญเข้ามาประชุมปรึกษากันในวันนี้


ปิดการประชุมปรึกษาเวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกา

                                                                                                  
ลงชื่อ         พึงพิศ  สมนาวรรณ
          (   นางพึงพิศ   สมนาวรรณ   )
                    ประธานชมรมฯ
                 ๐๘๑-๘๘๒๕๘๗๓

ลงชื่อ           วีระยุทธ  บูรณะประภา
                      ผู้บันทึกการประชุม
              ( นายวีระยุทธ   บูรณะประภา )
                       เลขานุการชมรมฯ
                      ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔
                wb-lawyer@hotmail.com



วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บัตรประจำตัวเฉพาะกิจ

สำหรับแสดงตนในการเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ อ.ดอยสะเก็ด ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นี้



วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กำหนดเข้าเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง อำเภอดอยสะเก็ด

            คณะกรรมการชมรมฯ จะได้เดินทางไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ณ ที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด ในวันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖  เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. โดยได้รับอนุเคราะห์จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือแจ้งไปยังนายอำเภอดอยสะเก็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

           นอกจากจะได้พบปะกับผู้ไกล่เกลี่ยผู้มีบัญชีรายชื่อของอำเภอดอยสะเก็ดแล้ว  ยังจะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปัญหาและอุปสรรค์ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อที่จะได้ปรับปรุงเสนอแนะกับทางจังหวัดด้วย

สำหรับกรรมการชมรมฯ และผู้ไกล่เกลี่ยที่จะร่วมเดินทางไปด้วย มีรายชื่อดังนี้
               นางพึงพิศ         สมนาวรรณ        ประธานชมรมฯ
               นายทวี              วิวัฒนเจริญ       ฝ่ายกิจกรรม
               นางอรษา           ตันติพงศ์           เหรัญญิก
               นายวีระยุทธ       บูรณะประภา     เลขานุการชมรมฯ
               นายประกิต        นามวงศ์            ฝ่ายทะเบียน
               นายณรงค์         ปันดวง              ฝ่ายกฎหมาย
               นายกิติศักดิ์       จักราชย์             ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอเมืองเชียงใหม่
               นายประสิทธิ์      ศรีโกไสย            ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอเมืองเชียงใหม่
               นางวรวรรณ       มหานันทโพธิ์     ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอเมืองเชียงใหม่
              นางสาวอวัสดา   สังสีแก้ว            ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอหางดง
              พ.ต.ท.สมจิตร    บัวเล็ก               ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอแม่แตง
              พ.ต.ท.ศิริ          พึ่งพุทธ             ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสันกำแพง
              นางชุติมณฑน์    บุรีรักษ์              ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสารภี

ผู้ไกล่เกลี่ยท่านใดประสงค์ที่จะร่วมเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ของอำเภอดอยสะเก็ดในครั้งนี้ ขอโปรดแจ้งไปที่นายวีระยุทธ  บูรณะประภา  เลขาฯ ชมรมฯ โทรศัพท์ ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔  เพื่อที่จะได้ทำบัตรคล้องคอให้ต่อไปด้วย ส่วนหัวเรื่องที่จะไปพูดคุยกัน จะได้แจ้งให้ทราบภายหลังต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รายงานการประชุมชมรมฯ ครั้งที่ ๐๐๑/๒๕๕๖

รายงานการประชุม
 ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่

                                ประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖  ณ ห้องประชุม  ชั้น ๓  ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่   โดยนางพึงพิศ  สมนาวรรณ  ประธานชมรมฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม  มีผู้ร่วมประชุมจากอำเภอต่างๆ จำนวน ๘  ท่าน และเจ้าพนักงานจากที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่อีก ๒ ท่าน  เข้าร่วมประชุม  
  
ผู้เข้าประชุม    
นางพึงพิศ       สมนาวรรณ                                   อำเภอเมืองเชียงใหม่
นายประสิทธิ์    ศรีโกไสย                                     อำเภอเมืองเชียงใหม่
นางวรวรร       มหานันทโพธิ์                                 อำเภอเมืองเชียงใหม่
นายวีระยุทธ    บูรณะประภา                               อำเภอสารภี
นายประกิต      นามวงศ์                                       อำเภอสารภี
นายทวี           วิวัฒนเจริญ                                   อำเภอสันกำแพง
พ.ต.ท.สมจิตร   บัวเล็ก                                         อำเภอแม่แตง
นายประกฤต    คำดวงดาว                                  อำเภอดอยสะเก็ด

ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่
นายธีทัต     ประกอบเที่ยง   นิติกรชำนาญการ    ๐๘๑-๗๘๕๖๐๐๘
นายอำนาจ  มหายนต์         เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ    ๐๘๖-๑๙๒๙๑๔๔     

เอกสารระหว่างประชุม                
-     รายงานการประชุมครั้งที่ ๗  วันที่  ๑๑  กันยายน  ๒๕๕๕

เริ่มประชุมเวลา  ๑๓.๓๐  นาฬิกา

วาระที่ ๑     เรื่องที่ประธานที่ประชุม แจ้งให้ทราบ

ประธานกล่าวเปิดประชุม หลังจากที่ทางชมรมฯ ได้ชลอการนัดประชุม ตามที่ได้แจ้งไว้ในที่ประชุมคราวที่แล้วว่าขอให้ผู้ไกล่เกลี่ยแต่ละอำเภอเร่งดำเนินการเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยขึ้น เพื่อที่จะได้จัดการให้มีศูนย์ฯ ที่เป็นรูปธรรมขึ้น อีกทั้งเมื่อพบเห็นปัญหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องก็ให้ทำการเก็บรวบรวมแล้วนำมาเปิดประชุมปรึกษาหารือกัน ซึ่งเมื่อประธานได้รับแจ้งจากสมาชิกว่าหลายอำเภอได้เปิดศูนย์ฯ และมีปัญหาที่ต้องได้รับการพิจารณาแก้ไข อีกทั้งมีความคืบหน้า มีข้อเสนอต่างๆ ที่จะมาแนะนำแก่สมาชิกด้วยกัน  ประธานจึงได้กำหนดให้มีการประชุมชมรมฯ กันในวันนี้     
ประธานแจ้งว่าได้ทำหนังสือพร้อมเอกสารของชมรมฯ รวมเป็นเล่มทั้งหมด ๑๖ เล่ม เสนอสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจดทะเบียนชมรมฯ ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เสนอขอจดทะเบียนจำนวน ๖๔ องค์กร ขณะนี้คำขอจดทะเบียนฯ ทั้งหมดได้ถูกส่งไปพิจารณาที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ แล้ว
นายวีระยุทธ  บูรณะประภา  เลขาชมรมฯ  แจ้งว่าเนื่องด้วยเป็นการกำหนดวันประชุมในระยะกระชั้นชิด  เกรงว่าการทำหนังสือเชิญประชุมส่งทางไปรษณีย์ อาจล่าช้าไม่ทันการ  จึงได้ทำการแจ้งกับกรรมการและสมาชิกที่อยู่ไม่ไกลจากอำเภอเมือง โดยการส่งข้อความและโทรศัพท์แจ้งอีกครั้ง  สำหรับกรรมการและสมาชิกท่านอื่นๆ ที่มิได้กล่าวเชิญเนื่องด้วยเห็นว่าต้องเดินทางไกลและหลายๆ ท่านอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับในการประชุม ไม่คุ้มกับเวลาที่ต้องเสียไปนั้น เลขาจะทำเอกสารต่างๆ ส่งให้พร้อมรายงานการประชุมครั้งนี้ต่อไป
ประธานบอกว่าในช่วงเวลาที่ชมรมฯ ว่างเว้นการประชุมนี้ ประธานได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรอบรมเรื่องการไกล่เกลี่ยฯ ในที่ประชุมต่างๆ ในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จำนวน ๓ ครั้งด้วยกัน ซึ่งในที่ประชุมนั้นๆ ได้ให้ความสนใจและเข้าใจวัตถุประสงค์ของการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งตามกฎกระทรวงเป็นอย่างมาก
ประธานเสนอให้มีการเก็บเงินค่าบำรุงของสมาชิกชมรมฯ ที่กำหนดไว้ปีละ ๒๐๐ บาท โดยคิดตามปี พ.ศ.เป็นหลัก ขอให้สมาชิกที่ทราบชำระค่าบำรุงนี้ต่อไปด้วย
นายธีทัต  ประกอบเที่ยง  นิติกรชำนาญการ แจ้งว่า นายทศน์พล   เอี่ยมโอษฐ์   เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการได้โยกย้ายหน้าที่ไปปฏิบัติราชการงานด้านบุคลากร จึงแนะนำนายอำนาจ  มหายนต์ เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ ที่จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงชมรมฯ แทนนายทศน์พลฯ ให้ที่ประชุมทราบและเพื่อการติดต่อประสานงานต่อไป
นายประกฤต  คำดวงดาว  แจ้งประธานว่า ในส่วนของผู้ไกล่เกลี่ยประจำอำเภอดอยสะเก็ดนั้น เมื่อต้นปี ๒๕๕๖ ทางปลัดอำเภอผู้ดูแลงานไกล่เกลี่ยฯ ได้แจ้งยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ไกล่เกลี่ยของอำเภอดอยสะเก็ดทั้งหมด  โดยบอกว่าผู้ไกล่เกลี่ยจะครบวาระหมดอายุเมื่อถึงเวลาสิ้นปี แล้วให้ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยยื่นใบสมัครยังอำเภอใหม่  แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีผลการประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ไกล่เกลี่ยใหม่อีกเลย
นายธีทัต  ประกอบเที่ยง แจ้งที่ประชุมว่า การขึ้นบัญชีรายชื่อเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามกฎกระทรวงนี้ บุคคลนั้นๆ จะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่อยู่ในบัญชีรายชื่อไปตลอด ไม่มีวาระ เว้นแต่จะขาดคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ ๖  คือ ตาย, ลาออก, นายอำเภอให้ออก, ไม่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ย หรือถูกถอดถอน  และการจะจัดทำบัญชีรายชื่อใหม่ มีแต่จัดขึ้นแทนเท่าจำนวนของผู้ไกล่เกลี่ยที่ต้องขาดคุณสมบัติเท่านั้น เห็นว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดของปลัดอำเภอดอยสะเก็ด  ซึ่งเมื่อกล่าวเสร็จ นายธีทัตฯ ก็ได้รีบติดต่อไปยังอำเภอดอยสะเก็ด สอบถามข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติพร้อมทั้งชี้แจงกฎกระทรวงให้เข้าใจแล้ว  ก็ได้แจ้งให้นายประกฤตฯ รับทราบว่าทางปลัดอำเภอดอยสะเก็ดเข้าใจและจะคงบัญชีรายชื่อของผู้ไกล่เกลี่ยที่ไม่ขาดคุณสมบัติไว้ และจะตรวจสอบจัดทำการรับสมัครบุคคลเพื่อเป็นผู้ไกล่เกลี่ยทดแทนผู้ที่ขาดคุณสมบัติต่อไป  ส่วนการที่ผู้ไกล่เกลี่ยเดิมที่ได้ยื่นใบสมัครใหม่ไว้นั้น ให้ถือว่ายกเลิกการยื่นฯ โดยปริยาย

วาระที่ ๒     รับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่  ๑๑  กันยายน  ๒๕๕๕
                ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่  ๑๑  กันยายน  ๒๕๕๕

วาระที่ ๓     การทำกิจกรรมของศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ประจำอำเภอ
                นายประสิทธิ์   ศรีโกไสย  เสนอให้จังหวัดแจ้งให้ที่ว่าการอำเภอแต่ละอำเภอมีการบรรจุวาระการประชุมเรื่องการไกล่เกลี่ยในการประชุมทุกสิ้นเดือนโดยมีผู้ไกล่เกลี่ยประจำอำเภอนั้นๆ เข้าร่วมประชุมด้วย
                นายธีทัต  ประกอบเที่ยง แจ้งว่าเรื่องนี้ได้เคยนำเสนอและทางจังหวัดได้เคยมีคำสั่งไปแต่ละอำเภอแล้ว แต่คงจะมิได้มีการบรรจุเข้าเป็นวาระทุกเดือนไป  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายอำเภอจะเป็นผู้พิจารณาอีกด้วย
                นายประกฤต  คำดวงดาว เสนอให้กรรมการชมรมฯ ควรกำหนดการไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยในแต่ละอำเภอ เพื่อเป็นการปฏิบัติภารกิจของชมรมฯ และเป็นการกระตุ้นงานด้านไกล่เกลี่ยของแต่ละอำเภอ ให้ความรู้ เพิ่มศักยภาพแก่ผู้ไกล่เกลี่ยในอำเภอนั้นๆ
                นายธีทัต  ประกอบเที่ยง  แจ้งว่าหากชมรมฯ ประสงค์ที่จะเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยที่อำเภอใด ขอให้ทำหนังสือเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดวัน-เวลาที่จะเข้าเยี่ยม  ทางจังหวัดจะได้แจ้งให้อำเภอนั้นๆ เตรียมการต่อไป
                พ.ต.ท.สมจิตร  บัวเล็ก  เสนอว่าชมรมฯ ควรที่จะได้ร่วมลงพื้นที่กับทางอำเภอเพื่อที่จะได้ให้ชุมชนได้ทราบถึงการระงับข้อขัดแย้งในชุมชนด้วยการไกล่เกลี่ยตามกฎกระทรวงนี้อย่างทั่วถึง
                นายอำนาจ  มหายนต์  แจ้งว่า ในแต่ละอำเภอจะมีการจัดอำเภอเคลื่อนที่อยู่แล้ว หากชมรมฯ ประสงค์ที่จะเข้าร่วมอำเภอเคลื่อนที่ อาจทำได้ในลักษณะของการจัดเป็นโต๊ะหรือเป็นบู๊ทพร้อมมีแผ่นป้ายอธิบายออกไปพร้อม  หรือหากจะจัดขึ้น ณ ที่ว่าอำเภอเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ก็ได้เช่นกัน  โดยการทำหนังสือเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสั่งการต่อไป
                นายทวี   วิวัฒนเจริญ  ให้ความเห็นว่าชมรมฯ จะต้องขับเคลื่อนงานการไกล่เกลี่ยฯ ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและถี่ขึ้น จัดวางแผนงานการออกเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยประจำอำเภอ แต่ในระหว่างที่ชมรมฯ ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุน ก็ให้กรรมการช่วยกันสละเงินออกค่าใช้จ่ายต่างๆ กันไปก่อน 
นายประกฤต  คำดวงดาว  จึงเสนอให้ชมรมฯ ไปเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ของอำเภอดอยสะเก็ดเป็นลำดับแรก  โดยเสนอกำหนดวันเข้าเยี่ยมเป็นวันพุธของเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖  สำหรับการเดินทางให้กรรมการร่วมเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวตามความเหมาะสม ที่ประชุมเห็นด้วย ประธานจึงเห็นควรว่าให้จัดยานพาหนะส่วนตัวและร่วมเดินทางไปกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งจะได้นัดหมายกันอีกครั้งต่อไป
นายธีทัต  ประกอบเที่ยง  บอกให้ชมรมฯ ทำหนังสือกำหนดการเยี่ยมศูนย์ฯ นี้ เรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อจะได้มีการประสานระหว่างจังหวัดกับอำเภอดอยสะเก็ดต่อไป
               
วาระที่ ๔      รับรองรายรับ-รายจ่ายของชมรมฯ
            ประธานแจ้งที่ประชุมว่า หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ ๑๑  กันยายน  ๒๕๕๕  แล้ว ประธาน,เหรัญญิกและเลขา ได้เดินทางไปเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขาบิ๊กซีเชียงใหม่แล้ว ชื่อบัญชี “ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่”  เลขที่บัญชี  ๘๔๒-๒๑๙๓๔๗-๙  โดยนำเงินฝากเข้าบัญชีส่วนหนึ่ง และให้เลขาซึ่งมีตำแหน่งผู้ช่วยเหรัญญิกอีกตำแหน่งถือเป็นเงินสดไว้อีกส่วนหนึ่ง แต่วันนี้เลขามิได้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายมาเสนอที่ประชุมรับทราบ

วาระที่ ๕     เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
            นายประกิต   นามวงศ์  แจ้งในที่ประชุมว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๖  ตนได้ไปร่วมการต้อนรับการตรวจงานการระงับข้อพิพาทในชุมชนของผู้ตรวจฯ จากกรมการปกครอง ณ ที่ว่าการอำเภอสารภี   ที่มาตรวจดูงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎกระทรวงด้วยนั้น ตนในฐานะตัวแทนของผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอสารภี ได้ชี้แจงงานและแจ้งปัญหาทั่วๆ ไป ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำวิธีการปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ยฯ ให้มีความรวดเร็ว ยุติได้ด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎกระทรวงนี้ สามารถทำการไกล่เกลี่ยได้ทั้งในเรื่องหนี้นอกระบบ หนี้เช่าซื้อ, ซื้อขายสินค้า ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องอาจเป็นบริษัทห้างร้านได้ทั้งนั้น โดยมีเป้าหมายให้ยุติข้อพิพาทได้ในชุมชนโดยไม่ต้องนำเรื่องที่พิพาทไปฟ้องร้องกันที่ศาล แต่ทุนทรัพย์ที่พิพาทต้องไม่เกินตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ คือไม่เกินสองแสนบาท  กับในเรื่องเงินค่าตอบแทนของผู้ไกล่เกลี่ยที่มีไว้ให้เบิกจ่ายอยู่ที่จังหวัดนั้น  หากไม่มีการเบิกจ่ายหรือมีเงินคงเหลืออยู่ในปีงบประมาณ  ผู้ไกล่เกลี่ยในแต่ละอำเภออาจทำเรื่องขอเบิกเงินออกมาเพื่อใช้ในการฝึกอบรม, พัฒนาศักยภาพหรือประชาสัมพันธ์งานการไกล่เกลี่ยได้ โดยทำแผนงานเสนอนายอำเภอไม่เกินวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ นี้
                นายธีทัต  ประกอบเที่ยง ให้ความเห็นว่า เงินที่จังหวัดมีให้แต่ละอำเภอเบิกจ่ายเป็นค่าตอบแทนนี้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ หากมีเหลือจ่ายอยู่  ก็ต้องส่งคืนกรมฯ ไม่อาจเบิกจ่ายมาใช้ผิดประเภทได้  ส่วนเงินที่จะเบิกออกมาเพื่อใช้ในการอบรมฯ นั้น อาจทำได้โดยน่าจะเป็นการตั้งเบิกจากเงินส่วนอื่นที่มิใช่เงินค่าตอบแทน  
                นายประสิทธิ์   ศรีโกไสย  กล่าวถึงการที่ชมรมฯ จะหาทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพื่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเคยมีสมาชิกแนะนำว่าให้ทำตู้รับบริจาคเงินตามสถานที่ต่างๆ นั้น น่าจะเป็นการดี ซึ่งอาจได้รับบริจาคที่มากพอที่ทางชมรมฯ จะนำมาใช้จ่ายในกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ได้สะดวกขึ้น
                นายทวี   วิวัฒนเจริญ  ให้ความเห็นว่าเมื่อทางชมรมฯ ได้ทำการขอจดทะเบียนชมรมฯ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานราชการนำมาดำเนินกิจกรรมแล้ว ก็ควรทำโครงการเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐก่อน เพราะรัฐก็จะได้รับทราบถึงการปฏิบัติงาน การทำกิจกรรมของชมรมฯ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนด้วยอย่างสม่ำเสมอ  ส่วนการตั้งตู้รับบริจาค ให้เป็นทางเลือกอีกทางที่ชมรมฯ อาจทำได้  แต่ก็ไม่รังเกียจที่จะมีเอกชนรายใดจะนำเงินมาบริจาคให้ที่ชมรมฯ โดยไม่มีเงื่อนไข
                นายวีระยุทธ  บูรณะประภา  ได้แจ้งว่าจากการที่ตนได้เคยยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยที่อำเภอสารภีมาแล้วหลายเรื่อง  พบว่าปัญหาล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากการโยกย้ายของปลัดอำเภออาวุโสและปลัดอำเภอปฏิบัติการ  อีกทั้งงานด้านการปกครองของอำเภอที่ปลัดอำเภอทุกนายต้องรับผิดชอบนั้นมีมากมาย  จึงแนะนำว่าผู้ไกล่เกลี่ยของแต่ละอำเภอควรที่จะเข้าไปช่วยเหลืองานเอกสารการเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ย  ซึ่งจะทำให้งานเดินได้เร็วขึ้น
                นายอำนาจ  มหายนต์  ให้ความเห็นเพิ่มว่าเนื่องด้วยมีการออกกฎหมายให้ฝ่ายปกครองมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาบางประเภทรวม ๑๙ ฉบับ โดยให้ตำรวจมีหน้าที่จับกุมได้อย่างเดียว ไม่มีอำนาจสอบสวนนั้น ทำให้ปลัดอำเภอมีงานการสอบสวนคดีอาญาเพิ่มเติมเข้ามามาก หากอำเภอใดที่มีปลัดอำเภอปฏิบัติงานอยู่เพียง ๒ - ๓ นาย การปฏิบัติที่มีเข้ามาจึงต้องทำควบคู่กันไปในทุกงาน จึงอาจมีล่าช้าไปบ้าง
                นายวีระยุทธ  บูรณะประภา  แจ้งในที่ประชุมเพิ่มเติมว่าในการประชาสัมพันธ์งานของผู้ไกล่เกลี่ย ตนได้ออกแบบแผ่นพับประชาสัมพันธ์ แนะนำการระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยโดยนายอำเภอ ดังตัวอย่างที่ให้ที่ประชุมดูนี้ โดยได้รับการเห็นชอบจากปลัดอำเภอสารภี ผู้ดูแลงานการไกล่เกลี่ยฯ แล้ว ซึ่งแผ่นพับนี้จะให้กำนัน, ผู้ใหญ่บ้านนำไปแจกจ่ายในชุมชนของตน  ส่วนผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอใดต้องการ ก็จะทำแบบให้เหมาะสมกับอำเภอนั้นๆ ต่อไป
               
                ในการประชุมครั้งต่อไป ประธานจะกำหนดวันประชุมหลังจากที่ได้กลับมาจากการเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ อำเภอดอยสะเก็ดและแจ้งให้ทราบต่อไป
               
                ประธานกล่าวขอบคุณผู้ไกล่เกลี่ยทุกท่าน และปิดประชุม
มติที่ประชุม  ที่ประชุมรับทราบ
ปิดประชุมเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        
                                                                                         ลงชื่อ    พึงพิศ  สมนาวรรณ
                                                                                                             ประธานที่ประชุม
                                                                                                   (   นางพึงพิศ   สมนาวรรณ   )
                                                                                                            ประธานชมรมฯ
                                                                                                           ๐๘๑-๘๘๒๕๘๗๓

ลงชื่อ       วีระยุทธ  บูรณะประภา
                      ผู้บันทึกการประชุม
           (   นายวีระยุทธ     บูรณะประภา   )
                       เลขานุการชมรมฯ
                      ๐๘๑-๙๕๑๒๖๗๔
                wb-lawyer@hotmail.com


เชิญเยี่ยมอ่านบทความและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการไกล่เกลี่ยฯ ได้ที่ http://cm-peacemaker.blogspot.com/
หรือเข้าที่ google โดยพิมพ์ว่า “ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่”

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แผ่นพับแนะนำการระงับข้อพิพาทโดยผู้ไกล่เกลี่ยของอำเภอสารภี




                    ผู้ไกล่เกลี่ยอำเภอใดต้องการแบบแผ่นพับ ผู้เขียนจะทำต้นแบบส่งให้  หรือหากจะทำเอง  แนะนำให้ใช้โปรแกรม Microsoft Publisher  ใช้ง่ายครับ


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หนังสือเชิญเข้าประชุมครั้งที่ ๐๐๑/๒๕๕๖




ที่   001/2556                                                                            ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง                
                                                                                                 จังหวัดเชียงใหม่  โทรศัพท์  081-8825873
                                                                                                 13/9  หมู่ที่ 4  ต.ท่าศาลา อ.เมือง
                                                                                                 จ.เชียงใหม่  50000
                                                                                                  http://cm-peacemaker.blogspot.com/


                                                                                                วันที่   13   พฤษภาคม   2556

เรื่อง        เรียนเชิญประชุม
เรียน       สมาชิกชมรมฯ และผู้มีจิตอาสา                          

                                ด้วยชมรมผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่     จะได้จัดประชุมครั้งที่ 1/2556  ในวันอังคารที่  28  พฤษภาคม  2556  เวลา  13.30  นาฬิกา  ณ ห้องประชุม  ชั้น -  ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  โดยมีวาระการประชุมดังต่อไปนี้

                วาระการประชุม
วาระที่ 1      เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ทราบ
วาระที่ 2      รับรองรายงานการประชุม เมื่อวันที่ 11 กันยายน  2555
วาระที่ 3      การทำกิจกรรมของศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ประจำอำเภอ
วาระที่ 4      รับรองรายรับ-รายจ่ายของชมรม
วาระที่ 5      เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

                จึงขอเชิญสมาชิกชมรมฯ และผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประสงค์จะเข้าร่วมประชุมตามวันเวลาดังกล่าว โปรดโทรศัพท์แจ้งข้าพเจ้าเพื่อยืนยันตามหมายเลขที่แจ้งไว้ข้างล่างนี้ด้วย



                                                                                                  ขอแสดงความนับถือ

                                                                                                วีระยุทธ  บูรณะประภา
                                                                                         (   นายวีระยุทธ    บูรณะประภา  )
                                                                                                    เลขานุการชมรมฯ

                                                                                                     081-9512674